HAPPY NEW YEAR 2012!!!

posted on 05 Jan 2012 18:38 by hydragyrum
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
 
ตอนแรกว่าจะไม่ตั้งเอนทรี่รับปีใหม่แล้ว  เพราะบล็อกนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัว (พูดง่ายๆคือค่อนข้างร้างผู้คน)  แต่ไหนๆก็แต่งกลอนอวยพรปีใหม่ลงเฟซบุ๊คแล้ว เลยเอาลงบล็อกด้วยดีกว่า  เผื่ออวยพรท่านๆทั้งที่ตั้งใจและบังเอิญเข้ามาเยี่ยมบล็อกนะคะ
 
.
.
 
เวียนบรรจบครบวารผ่านปีเก่า
ความโศกเศร้าหมองหมางให้ห่างหาย
ชีวิตชื่นรื่นสุขทุกข์คลาดคลาย
สุขสบายกายจิตสมคิดปอง
 
ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่
สิ่งใดใดปรารถนาให้สนอง
ชีวิตงามถูกวิถีตามครรลอง
ความดีป้องปกปักรักษาเอย
 
 
.
.
 
ขอให้ทุกท่านมีความสุขตลอดปีนะคะ
 
 
...แล้วก็ เผื่อไว้หน่อย (ถึงจะไม่ค่อยมีใครเข้ามาก็เถอะ)  หากจะเอากลอนนี้ไปเผยแพร่ที่ใด โปรดแจ้งจขบ.ด้วยนะคะ แล้วกรุณาใส่เครดิตด้วยทุกครั้งจะเป็นพระคุณยิ่ง  ถึงมันไม่ได้พริ้งเพราะเสนาะจิตอะไรมากมาย แต่ก็ไม่อยากให้มันไปเด่นหราแบบไม่รู้ชื่อผู้แต่งน่ะค่ะ ^^;;
คำเตือน : เอนทรี่นี้พูดถึงนิยาย "คู่กรรม" อาจมีสปอยล์เป็นบางจุด  ซึ่งคิดว่าไม่สลักสำคัญอันใดเพราะใครๆก็รู้ตอนจบเรื่องนี้ดีว่าโคตรรันทดหดหู่ขนาดไหน!
.
.
 
 
 
หวัดดีค่า
 
 
ดองบล็อกไว้ชาติเศษ  กว่าจะมาอัพได้ก็ต้องไถขนหนาสามนิ้วออกจากตัวแทบรากโลหิต (เพราะขี้เกียจตัวเป็นขน)  แต่เนื่องด้วยสโลแกนของบล็อกนี้ ..ก็อย่างที่ว่า "ตามใจฉัน" เรื่อยๆ ชิลล์ๆ กันไป  จริงๆแล้วควรจะบอกว่าเป็นบล็อกเพื่อการระบายความอัดอั้นน่าจะถูกกว่า  เพราะอิจขบ.จะกลับมาอัพก็ต่อเมื่อมีเรื่องให้กรี๊ดวี้ดว้าย หรือนึกครึ้มๆใจอยากอัพ นับว่าประพฤติตนได้สมสโลแกนอย่างแท้จริงจริงๆค่ะ ..มาถึงตอนนี้ท่านผู้อ่านที่เคยแวะมาก็คงหนีหายไปหมดแล้วล่ะนะ กรั่กๆ
 
 
 
เอิ้ววว เข้าเรื่องกันซะที ขอบอกไว้หน่อยว่าวันนี้อาจพูดจาวกไปวนมาแลดูน่าตบให้หายเบลอไปหน่อยนะคะ  เพราะจขบ.เพิ่งบริจาคน้ำตาในพิธี(เผา)ศพของโกโบริมา อะฮึก TT
 
 
 
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า สามวันก่อนอิจขบ.เกิดนึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรขึ้นมาไม่รู้ อยากอ่านคู่กรรมอีกรอบ!  เป็นเรื่องที่นับว่ามหัศจรรย์อยู่ไม่น้อยนะคะเพราะตามปกติแล้วจขบ.หลีกเลี่ยงที่จะเสพหรือแม้แต่เข้าใกล้ดราม่าทุกประเภท ตั้งแต่ดราม่าการเมือง ดราม่าตามเว็บ ดราม่าบนจอ และแม้กระทั่งดราม่าบนกระดาษ  ก็เลยคิดว่าคงผีเข้าแน่เลยกู ที่จู่ๆก็นึกอยากอ่านนิยายที่พะยี่ห้อว่าดราม่าน้ำตาตกในแบบโคตรๆไว้อย่าง "คู่กรรม"
 
 
คงไม่ต้องอารัมภบทถึงเรื่องนี้อีกแล้วเพราะท่านผู้อ่านส่วนใหญ่คงรู้จักกันดี  ท่านใดไม่เคยอ่านก็นี่ค่ะ นี่เลย วลียอดฮิตที่วันดีคืนดีก็ขุดมาใช้กันอยู่เนืองๆ "จะไปรอเธออยู่ที่ทางช้างเผือก" ได้ยินแบบนี้อาจจะคุ้นๆกันบ้าง  สำหรับท่านที่ไม่เคยอ่าน  แนะนำว่าไปอ่านเสียเถิดค่ะ  หรือแม้แต่ท่านที่เคยอ่านไปแล้วหากตอนนี้อยู่ว่างๆ เหงากระบอกตาอยากหาดราม่ามาล้าง ก็แนะนำว่าหยิบขึ้นมาอ่านเถอะค่ะ มาร่วมอินไปด้วยกันกับจขบ. อะฮึกๆ TT จะไม่บอกว่าแต่งดีหรือไม่ดี สนุกหรือไม่สนุก เพราะความรู้สึกของคนเราแต่ละคนต่อสิ่งๆหนึ่งไม่เหมือนกัน เกรงว่าหากไปแนะว่า "อ่านเถอะค่ะๆ รับรองสนุกกกก" เดี๋ยวเกิดอ่านแล้วไม่ถูกจริต ไม่อิน ไม่ม่วน ขึ้นมาก็จะมาว่ากันอีกว่า "ม่ายเห็นหนุกเลย อ่านแล้วไม่เห็นอิน" จะบอกแต่เพียงว่า จขบ.ชอบวรรณกรรมดราม่าเรื่องนี้ค่ะ  และนานแล้วที่ไม่ได้ตั้งอกตั้งใจอ่านหนังสือแบบตัวอักษรต่อตัวอักษรถึงขนาดนี้  ความเก่าของหนังสือ ความสกปรกของกระดาษ  และการบ้านงานช่องที่สุมหัวอยู่ไม่ได้กระทบต่อการอ่านอย่างจดจ่อของจขบ.เลยแม้แต่น้อย (อันสุดท้ายนี้จะดีรึ?)
 
 
 
ก็ไม่มีอะไรค่ะ เอนทรี่นี้แค่อยากมาระบายความเศร้าที่อัดแน่นอยู่ในหัวอก  ไม่แน่ใจว่าเศร้าที่โกโบริตาย  เศร้าที่อังศุมาลินไม่มีโอกาสจะได้อยู่กับคนที่รักอีกตลอดไป  หรือสะเทือนใจเพราะความตายที่มาพรากพระเอกไปจากนางเอก (โห..สำนวน) โอ๊ย หลายความรู้สึกเกินค่ะบรรยายไม่ถูก คิดว่าก็คงปนๆกันอยู่หลายส่วน  จนทำให้จขบ.ที่นั่งอยู่ในห้องสมุด (กลางสาธราณชนนับร้อย) อ่านวาระสุดท้ายของโกโบริ  แล้วน้ำตาก็ไหลแหมะๆแบบไม่อายสายตาคน (จริงๆก็อายอยู่ แต่มันเศร้าแบบโคตรๆ ทนไม่ไหว) คาดว่าเจ๊ที่นั่งโต๊ะข้างๆ กับพนักงานที่เดินมาเก็บหนังสือแถวๆนั้นพอดี  คงจะมองแล้วคิดว่า อิน้องนี่เป็นไรมากไหม สงสัยผัวทิ้ง  อยากจะกรีดร้องบอกเหลือเกินว่าความเจ็บปวดนี้มันยิ่งกว่าผัวทิ้งอีกนะเจ๊! (ถึงจะยังไม่เคยมีก็เหอะ) TT เข้าใจไหม คนสองคนที่รักกันมาตลอด  แต่เพราะสภาวการณ์รอบข้างและทิฐิมานะทำให้ไม่อาจมีความสุขได้  แล้วพอเวลาหนึ่ง  เมื่อนางเอกสลัดภาระอันหนักอึ้งในหัวใจและพร้อมที่จะรักพระเอกได้อย่างหน้าชื่นตาบาน  พระเอกก็มาตายซะอย่างนั้น โอ๊ยยย!!! เข้าใจความรู้สึกของคนอ่านไหม!!!! *ทึ้งหัวเสียสติ* TT TT
 
 
 
ถ้าเพียงแต่โกโบริจะรักและดีกับอังศุมาลินน้อยกว่านี้  ถ้าเพียงแต่อังศุมาลินจะใจร้ายใจกระด้างกว่านี้อีกเพียงนิด  ถ้าเพียงแต่วนัสจะพูดจาเห็นแก่ตัวกว่านี้สักหน่อย จขบ.ก็คงไม่ต้องร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าถึงขนาดนี้  มันเจ็บนะว้อย! TT
 
 
จขบ.สารภาพอย่างไม่อายปากว่าหลงรักโกโบริเข้าเต็มเปาค่ะ  ผู้ชายอะไรจะแสนดีถึงเพียงนี้  ถ้ามีจริงนี่อย่าว่าแต่จะให้มางอนง้อขอความรักจากจขบ.เลย  จะอยู่ไกลแค่ไหน  เป็นคนชาติอะไร จขบ.ก็จะบุกน้ำลุยไฟไปขอความรักเขาเองว่ะค่ะ!  ใครๆมักจะพูดว่าผู้ชายดีๆมีแต่ในนิยาย (ซึ่งตามความเห็นของจขบ. พระเอกนิยายหลายคนไม่ดีพอที่จะรับผิดชอบชีวิตผู้หญิงสักคนด้วยซ้ำไป)  แต่ด้วยฝีมือของคุณทมยันตีที่ทำซะโกโบริเหมือนคนจริง  จขบ.เลยมีความเชื่อว่าคนอย่างโกโบรินั้นมีอยู่จริงค่ะ เพียงแต่อาจมีน้อยและหายาก  ซึ่งจริงๆแล้วจขบ.กลับไม่อยากให้ผู้ชายดีๆเป็นอย่างโกโบริเสียทีเดียว  ก็อย่างที่บอกคือถ้าหากเขาจะรักและดีกับนางเอกน้อยกว่านี้  ป่านนี้เขาก็อาจได้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรอยู่ดูแลอังศุมาลิน  แก่เฒ่าด้วยกันไปแล้ว  เพราะโกโบรินั้นดีเกินไปค่ะ  เขาใจแข็งได้กับทุกเรื่อง  แต่แพ้อยู่อย่างเดียวคือแพ้หัวใจตัวเอง  ถ้าหากเขาแข็งข้อกับนางเอกมากกว่านี้สักนิด  แข็งให้ได้สักพาร์ทเปอร์มิลเลี่ยนของนายหฤษฏิ์ (มาได้ไง) อังศุมาลินก็คงไม่ต้องกลายเป็นม่ายแต่ยังสาว  หรืออย่างน้อยๆ  เขาก็ไม่ต้องตายเร็วขนาดนี้  แต่ก็นะ เฮ้อออ ถ้าโกโบริมากหรือน้อยกว่านี้  จขบ.ก็คงจะไม่ซาบซึ้งสะเทือนใจกับวรรณกรรมเรื่องนี้ขนาดนี้เหมือนกัน
 
 
 
สำหรับอังศุมาลิน  เสียงลือเสียงเล่าอ้างต่างก็ว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแข็งและออกจะใจร้าย  แต่คนที่ได้อ่านอย่างถี่ถ้วนเท่านั้นจึงจะรู้ว่าจริงๆแล้วเธอน่าเห็นใจมากขนาดไหน  ระหว่างความขมขื่นของโกโบริที่คิดว่าคนที่เขารักไม่ได้รักเขา  กับความทุกข์ใจและสับสนของอังศุมาลินที่ชีวิตดูจะไร้ทางเลือกนั้น จขบ.วัดไม่ถูกเลยค่ะว่าอย่างไหนมากน้อยกว่ากัน  เรียกได้ว่าเรื่องนี้ได้เสพดราม่ากันถ้วนหน้าล่ะนะทั้งคนอ่าน พระเอก นางเอก 
 
 
นิยายน้อยเรื่องที่จขบ.อ่านแล้วจะรู้สึกรักตัวเอก  และเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่จขบ.พูดได้เต็มปากว่ารักทั้งพระเอกและนางเอก  โดยเฉพาะอังศุมาลินที่เธอดูเป็นมนุษย์มีเลือดเนื้อเสียเหลือเกิน  เธอเหมือนคนจริงๆ  แต่เป็นคนที่หาได้ยากในปัจจุบันเช่นเดียวกับโกโบริ  อังศุมาลินไม่ได้มีอะไรวิเศษเลิศเลอ  ไม่ได้งามโอเวอร์หยาดฟ้ามาดินจนคนเห็นแล้วตะลึงทั้งบาง  ปากคอคิ้วคางราวนางอัปสรจำแลงอย่างนางเอกนิยายหลายๆเรื่อง  ชีวิตช่วงสงครามของเธอนั้นค่อนข้างลำบาก  จะเห็นได้ว่าเธอไม่ได้คิดว่าตัวเองมีบทบาทสำคัญอะไรนอกจากทำงานช่วยครอบครัวประทังชีวิตไปตามอัตภาพ  ไม่ได้แสดงว่าตัวเองฉลาด  ไม่ได้มีแนวคิดปฏิวัติตามแบบฉบับหญิงเก่ง (ซึ่งจขบ.ค่อยข้างหมั่นไส้นางเอกประเภทนี้ในบางครั้ง)  มีอย่างมากคือความเกลียดชังให้กับทหารญี่ปุ่นที่เข้ามาเมืองไทยช่วงสงครามโลก  ในใจเธอเต็มไปด้วยอัตตาอันเนื่องมาจากปมที่ฝังลึกอยู่ข้างใน  จขบ.จึงรู้สึกเห็นใจผู้หญิงคนนี้ไม่น้อย  ที่ยุพดีเคยพูดกับส่างหม่องว่า "ปล่อยหัวใจเป็นอิสระบ้าง อย่าใช้สมองคิดนัก"  จขบ.อยากเอามาบอกกับเธอเหลือเกินค่ะ
 
 
ถ้าพูดกันแบบเอาแต่ใจ  จขบ.อยากให้คู่นี้สมหวังแบบไม่ต้องตายจากกันมากเลยนะคะ  ถึงแม้เสียงหนึ่งในใจจะค้านว่าจบแบบนี้นั้นสมบูรณ์แบบที่สุดแล้วก็ตาม  คิดเล่นๆอยู่เหมือนกันว่าไว้ว่างๆจะลองอาจหาญเลียนสำนวนของคุณทมยันตี  เปลี่ยนตอนจบซะใหม่  เอาให้แบบโคตรแฮปปี้เอนดิ้งยิ่งกว่าถูกล็อตเตอร์รี่พันล้านไว้อ่านปลอบใจตัวเอง 555 XD
 
 
 
จริงๆแล้ว  จขบ.ร้องไห้ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนโกโบริตายเป็นร้อยหน้าเลยนะ  เพราะอ่านไปก็สะท้อนใจไป  ยิ่งใกล้ตอนจบนี่ยิ่งแทบจะทำใจไม่ได้  เพราะรู้ว่ายังไงๆเขาก็ต้องตาย  มากกว่าความเศร้าเพราะอินกับนิยาย  โกโบริกับอังศุมาลินยังทำให้จขบ.หวนคิดถึงหลายๆเรื่องในช่วงชีวิตที่ผ่านมา  รวมทั้งอาการโฮมซิคที่เคยรุมเร้าอย่างหนักอยู่ระยะหนึ่ง  คิดว่าจุดนี้มีส่วนทำให้จขบ.รู้สึกรักโกโบริ  เพราะรู้สึกว่าเขาเองก็คงคิดถึงบ้านไม่น้อย  จขบ.เคยอ่านคู่กรรมมาแล้วครั้งหนึ่งสมัยยังเป็นเด็กๆ  ตอนนั้นไม่ยักร้องไห้เหมือนญาติเสียขนาดนี้  มีความรู้สึกว่ายิ่งแก่  บ่อน้ำตาก็ยิ่งตื้นขึ้นทุกทีๆ
 
 
 
คู่กรรมเคยสร้างเป็นหนังหลายครั้ง  ถ้าอยากทราบว่าใครคู่ใครบ้างก็เสิร์ชหากันได้นะคะ  จขบ.จำไม่ค่อยได้แล้ว  แต่ตอนที่อ่านนี่จขบ.เห็นหน้าอังศุมาลินเป็นคุณกวาง กมลชนก อยู่ตลอด  ในความรู้สึก  จขบ.ว่าเธอคนนี้ช่างมีอิมเมจที่ตรงกับอังศุมาลินในจินตนาการมากๆ  ตั้งแต่เห็นเธอในบทอังศุมาลินเป็นครั้งแรกเมื่อหลายปีดีดักมาแล้ว (ซึ่งก็แอบดีใจที่ต่อมาภายหลังได้ทราบว่าคุณทมยันตีก็คิดเหมือนกัน)  ปกติจขบ.ไม่ค่อยจะจินตนาการให้คนจริงๆกลายเป็นคนในนิยายเท่าไหร่  ยกเว้นนิยายบางเรื่องที่เอาไปสร้างเป็นหนังเป็นละครแล้วบังเอิญจขบ.เกิด first impression ประทับซึ้งตรึงจิตขึ้นมา  เวลามาอ่านนิยายเรื่องนั้นอีกรอบก็อาจจิ้นให้ตัวเอกนิยายมีหน้าเป็นตัวเอกละคร  แต่สำหรับคุณกวาง  เรียกได้ว่าพอเห็นปุ๊บก็แบบว่า ใช่เลย คนนี้แหละอังศุมาลิน  แล้วเลยยึดเอาคุณกวางเป็นอิมเมจของอังศุมาลินเรื่อยมา  ส่วนโกโบรินั้น  ยอมรับว่ายังไม่มีโกโบริที่มีเลือดเนื้อคนไหนครองหัวใจได้ 100%  แม้แต่คุณเซกิ  โอเซกิ หนุ่มญี่ปุ่นแท้ๆที่รับบทเป็นโกโบริในคู่กรรมเวอร์ชั่นละครเวทีก็ยังไม่โดน  แต่คนที่ถ่ายทอดอารมณ์ของโกโบริออกมาได้ค่อนข้างตรงใจก็มี  คือ พี่เบิร์ด ธงไชย ที่เป็นโกโบริคู่กับคุณกวางนั่นเอง 
 
 
 
หลายๆเสียงก็ค่อนข้างชื่นชมพี่เบิร์ด  แต่ก็มีหลายเสียงที่บอกว่าไม่เหมาะ  ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ไม่เป็นโกโบริสักนิด  หรือแม้แต่การแสดงที่แฟนๆคู่กรรมหลายท่านก็บอกว่าไม่เหมือน  ไม่เหมาะ  ไม่ซึ้ง  ไม่ ไม่ ไม่ ด้วยประการทั้งปวง  ชอบไม่ชอบก็ว่ากันไป  จขบ.เองก็ไม่ได้เป็นแฟนคลับพี่เบิร์ดซะด้วย  แต่สิ่งหนึ่งที่ชอบในการแสดงของคนๆนี้คือการแสดงออกทางสายตา  ซึ่งเท่าที่ดูมา  ยังไม่มีโกโบริคนไหนทำได้ถูกใจเท่าพี่เบิร์ด  แน่นอนว่าพี่เบิร์ดไม่ได้เหมือนโกโบริในนิยาย  ซึ่งจะคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์จขบ.ก็ไม่ทราบ  ขี้เกียจเทียบ  ชักลืมๆแล้วด้วยยังไม่ได้รื้อมาดูใหม่  แต่สิ่งหนึ่งที่พี่เบิร์ดทำได้คือทำให้ดวงตาพูดได้  เพราะโกโบริในนิยายแสดงความรู้สึกออกมาทางสายตาอยู่เป็นนิตย์  สิ่งนี้ทำให้จขบ.หลงรักโกโบริเบิร์ดรองลงมาจากโกโบริตัวจริงเลยทีเดียว  สำหรับท่านอื่นที่มีโกโบริในดวงใจแล้วจขบ.ไม่คิดจะโต้แย้งว่าดีหรือไม่ดีแต่ประการใด  เพราะแต่ละท่านก็ล้วนมีมโนภาพของโกโบริจากนิยายไม่เหมือนกัน
 
 
  
เพราะคู่กรรมแท้ๆ  เลยทำให้ขำไม่ออกกับวลี "จะไปรอเธออยู่ที่ทางช้างเผือก" ไปอีกนาน...แม่ม โคตรเศร้า! TT
 
 
 
 
ป.ล.พูดถึงแต่ดราม่า  แต่ความจริงจขบ.ว่าเรื่องนี้น่ารักมากเลยนะคะ อิ อิ >w< 
 
 
 
 
ก่อนอื่น  อยากจะบอกว่าเอนทรี่นี้เกือบจะไม่ได้เกิดค่ะ = =
 
 
เรื่องของเรื่องคือเมื่อวานคอมฯมันรวนมาก  ไม่รู้เป็นอะไร  แต่ด้วยความมานะพยายาม  จขบ.ก็อุตส่าห์ค่อยๆทำอย่างใจเย็นที่สุดในชีวิต  ในที่สุดก็เหลือโค้งสุดท้ายแล้ว  แค่กด Publish ...แค่กด Publish เอนทรี่ที่ตกแต่งอย่างสมบูรณ์แล้วก็จะเด้งขึ้นไปอยู่ที่หน้าเว็บเพจ...
 
 
ทว่า...broken spear เอ๊ย!  มันดันไปแฮงค์เอาโค้งสุดท้ายแบบไม่น่าให้อภัย
(อิงลิชทูเดย์ : broken = แตก,หัก  spear = หอก)
 
  
ผลก็คือ... ทุกสิ่งทุกอย่างที่เพียรทำมาเกือบ 2 ชั่วโมง Ship Hi ไปภายในห้านาที!
 
 
very HERE!  น้ำตาจะเป็นสายเลือด  TT TT
 
 
ช่างมันค่ะ  หายแล้วก็ทำใหม่ (*กัดฟัน)
 
.
.
.
 
WINNIE & HARRY
 
 
เอาล่ะค่ะ  ก่อนอื่นเริ่มด้วยข้อมูลที่ค้นมาจากเน็ต  ขอชี้แจงอย่างหน้าด้านๆเลยว่า copy&paste ของเขามาทั้งดุ้น  และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปรากฏการณ์ plagiasrism  ให้โลกประณาม  จึงขอระบุเว็บไซต์ที่หยิบยืมบทความมา  ไว้ ณ ที่นี้
 
 
ขอบพระคุณเจ้าของบทความเป็นอย่างสูงค่ะ
 
.
 
 
WINNIPEG THE BEAR : เรื่องเล่าของ WINNIE THE POOH

Winnipeg (Winnie) วินนี่เป็ก หรือ วินนี่ เป็นชื่อของหมีตัวเมียสีดำที่อาศัยอยู่ในสวนสัตว์ลอนดอนระหว่าง ค.ศ.1915 ถึง ค.ศ.1934 หมีน้อยตัวนี้ตัวนี้แตกต่างจากหมีสีดำตัวอื่นๆในโลกอย่างไร? นี่คือต้นกำเนิดหนังสือที่โด่งดังไปทั่วโลก Winnie the Pooh นั่นเอง

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ในวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ.1914 ขณะที่ร้อยโท Harry Colebourn นายสัตวแพทย์ประจำกองกำลังทหารม้าแคนาดากำลังเดินทางโดยรถไฟพร้อมด้วยกองกำลังของเขาไปยังเมือง Quebec เพื่อลงเรือต่อไปปฏิบัติภารกิจในสงคราม ระหว่างทาง ณ White river เมืองออนตาริโอ เขาได้พบกับนายพรานคนหนึ่งนำลูกหมีสีดำตัวเล็กๆมาขายโดยบอกว่าได้ฆ่าแม่หมีตายไปแล้ว ผู้หมวด Harry ได้ซื้อหมีน้อยตัวนั้นเอาไว้ในราคา 20 เหรียญ และตั้งชื่อให้มันว่า Winnie ตามชื่อเมือง Winnipeg บ้านเกิดของเขา


Winnie กับ ร้อยโท Harry ในปี ค.ศ.1914

Winnie น้อยได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปกับ Harry และกองกำลังของเขา มันกลายเป็นขวัญใจของทหารในกองพันทหารม้าไปโดยปริยาย ต่อมาเมื่อ Harry จำเป็นต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ประเทศฝรั่งเศส เขาจึงตัดสินใจฝาก Winnie ไว้ให้สวนสัตว์ลอนดอนดูแล ซึ่งเขามีจุดมุ่งหมายว่าเมื่อภารกิจเสร็จสิ้นเขาจะให้ Winnie ได้อยู่ที่สวนสัตว์ Assiniboine Park ในเมือง Winnipeg บ้านเกิดของเขา แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้น

Winnie ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในสวนสัตว์ลอนดอน ด้วยความอ่อนโยน น่ารัก และขี้เล่นของมัน หมีน้อยได้กลายเป็นที่รักและที่สนใจของผู้คนที่มาเที่ยวชม ทุกวันจะมีเด็กๆเข้ามาหาขวัญใจของพวกเขามากมาย หนึ่งในจำนวนนั้นคือ Christopher Robin เขาหลงรัก Winnie ทันทีตั้งแต่แรกเห็นและมักจะเข้าไปเล่นกับหมีน้อยในกรงเสมอๆ Christopher รัก Winnie มากจนถึงกับเปลี่ยนชื่อตุ๊กตาหมีที่ได้เป็นของขวัญวันเกิดปีแรกของเขาว่า Winnie the bear ตามชื่อน้องหมีที่เขารัก (เดิมทีตุ๊กตามีชื่อว่า Edward) นอกจากหมีน้อยวินนีย์แล้ว Christopher ยังมีเพื่อนที่พบเป็นประจำใน Ashdown Forest คือหงส์ตัวหนึ่งที่เขาเรียกมันว่า Pooh วันหนึ่งเมื่อหงส์ Pooh จากไป เขาก็ได้เปลี่ยนชื่อตุ๊กตาหมีของเขาใหม่ว่า Winnie the Pooh เพื่อเป็นการระลึกถึงหงส์ตัวนั้น

Alan Alexander Milne พ่อของ Christopher ชอบดูลูกของเขาเล่นกับหงส์ Pooh มาก จึงเกิดแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่อง Winnie the Pooh โดยนำเอาบรรดาของเล่นต่างๆของลูกมาเป็นตัวเอกของเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Piglet, Tigger, Eeyore, Kanga และ Roo และใช้ภาพของ Ashdown Forest เป็นฉากหลังของป่าร้อยเอเคอร์ในการดำเนินเรื่อง Winnie the Pooh ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1926

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 จบสิ้น ผู้หมวด Harry ตัดสินใจมอบหมีน้อย Winnie ให้สวนสัตว์ลอนดอน มันอยู่อย่างมีความสุขและเป็นขวัญใจของทุกคน และตายในปี ค.ศ.1934 ส่วนHarryได้เข้าเรียนต่อด้านสัตวแพทย์ที่ลอนดอน และกลับแคนาดาในปี ค.ศ.1920 เขาเสียชีวิตในปี ค.ศ.1947

ปัจจุบันมีรูปปั้นแสดงถึงความรักและความผูกพันของ Harry กับ Winnie อยู่ที่สวนสัตว์ Assiniboine Park เมือง Winnipeg ประเทศแคนาดา
 
.
 
 
มาถึงตรงนี้  ท่านผู้อ่านคงจะถึงบางอ้อกันแล้วว่า Winnie ตรงชื่อเอนทรี่หมายถึงอะไร
 
ถ้าพูดถึง Winnie  หลายๆท่านคงจะนึกถึงเจ้าหนูคริสโตเฟอร์ โรบิน  หมีพูห์ตัวเหลืองๆ  กับเพื่อนตุ๊กตุ่นตุ๊กตาทั้งหลายแหล่ในป่าร้อยเอเคอร์  ที่ดิสนี่ย์เอามาสร้างเป็นการ์ตูนจนคนรู้จักทั่วบ้านทั่วเมือง  แต่วันนี้เราจะไม่โฟกัสไปที่หนูคริส  ที่เราจะพูดถึงคือผู้หมวดแฮร์รี่  พ่อทูนหัวของวินนี่ค่ะ
 
 
แล้วจะพูดถึงตานี่ทำไม?
 
 
คำตอบมันอยู่ตรงนี้ค่ะ...
 
 
 
ที่มา : http://www.metacafe.com/watch/4200642/a_bear_named_winnie_movie_trailer/
 
  
อีกคลิป...
 
 
 
 

เห็นอะไรมั้ยท่านผู้ชม
 
 
...เห็นหมี  (/โดนตบ)
 
 
ไม่ช่าย  เห็นชายหนุ่มคนนี้มั้ย...  Michael Fassbender  หรือก็คือ  Erik Lehnsherr ใน X-men : first class  ที่เราอวย(ความวาย)ไปในเอนทรี่ก่อนหน้าของก่อนหน้าไงคะ!  Surprised
 

ลบภาพแม็กนีโต้ออก  ขยำภาพ Archie Hicox ทิ้ง  ดีลีท Stelios ลงรีไซเคิลบิน  และกด Mr.Rochester ของยัยเจน แอร์ลงชักโครกซะ  พี่ฟาสของเรามาในบทผู้หมวด Harry  Colebourn  สัตวแพทย์ผู้ใจดีแห่งกองทหารม้าแคนาดา  ในภาพยนตร์เรื่อง A Bear Named Winnie  ที่ออกฉายในปี 2004 ค่ะ
 
 
 
พี่ฟาสในบทของร้อยโทแฮร์รี่  กับหมีวินนี่ในเรื่อง (ตัวจริงชื่อคุณน้อง Bonkers)
 
 
 
What is praden?
 
 
 
ประเด็นคือ  เรื่องนี้พี่ฟาสโคตรเคะเลยว่ะค่ะจอร์จ! Surprised
 
 
 
 
 
แฮร์รี่ (ขวามือ) กับเพื่อน  และหมีน้อยวินนี่
 
 
 
เคะไม่เคะก็ดูรูป... =w=''
 
 
 
พี่ฟาสเป็นบุคคลที่แต่งชุดทหารเหมาะมากๆ  ยิ่งถ้าโกนหนวดโกนเครา แล้วแปลงโฉมเป็นนายทหารสมัยสงครามโลกยิ่งเริ่ด  โดยพื้นฐานแล้วพี่ฟาสแกไม่ใช่คนล่ำบึ้กอะไร  ออกจะโปร่งๆ  สลิมๆ  หุ่นแบบนี้จะแต่งพวกสูทหรือเครื่องแบบตำรวจทหารออกมาได้โอเคมากๆ   แล้วจขบ.ก็ดั๊นน เป็นโรคคลั่งชายในเครื่องแบบขั้นโคม่า  พอเห็นพี่ฟาสที่ตอนนั้นหน้าตาเกลี้ยงเกลาใสปิ๊งกับหุ่นเพรียวๆในชุดทหารแล้วอาการหัวใจวายกำเริบ  อยากจะแปลงร่างเป็นเพื่อนทหารร่วมกองทัพไปจับพี่ฟาสกดให้รู้แล้วรู้รอด (กร๊าก! เลววว)
 
 
 
 
แฮร์รี่กับเพื่อนๆ
 
 
 
 
 
ร้อยโทแฮร์รี่ (พี่ฟาสดูเซะซี่มากกก Undecided)
 
 
  
 
 
แฮร์รี่ในอิริยาบถต่างๆ  (กรี๊ดสลบกับรูปสุดท้าย >w< ~)
 
 
 
 
พี่ฟาสในชุดทหารก็น่าจับกดพอแรงแล้ว  พอมารับอุปการะหมีน้อยวินนี่  จขบ.แทบเอาหัวโขกหน้าจอตาย  ในเรื่องพี่แกทั้งกอดหมี  จูบหมี  เล่นกับหมีแบบถึงเนื้อถึงตัว  ป้อนข้าวป้อนน้ำ  ดูแลเอาใจใส่อย่างกับเป็นลูกในไส้  กินด้วยกัน  นอนด้วยกัน  พอมาหลังๆยัยหนูวินนี่ก็โตเอาๆ  เล่นด้วยกันทีเหมือนพี่ฟาสกำลังถูกหมีจับกดยังไงก็ไม่รู้ (ฮา)  ก็รู้ว่าในเรื่องแฮร์รี่เขารักและผูกพันกับหมีมาก  แต่ทำไมเวลาพี่อยู่กับหมีแล้วมันดูน่ารักน่าชังขนาดนี้!!! Surprised  ยิ่งสายตาเวลามองหมีนี่ยิ่ง ...ว้อยยย!!  พี่ฟาสคะ  รู้ตัวมั้ยทำตาแบบนั้นมันยิ่งอัพดีกรีความน่าจับกดเข้าไปใหญ่  ให้ตายเถอะโรบิน  รูปคนกับหมีแท้ๆแต่จขบ.ดันต้องดูไปปาดเลือดไป =.,=
 
 
 
 
นัวกันเข้าไป
 
 
 
 
จูบหมี (แต่จขบ.ว่าคนดูอยากจูบพี่ฟาสมากกว่านะฮ้า! >w<)
 
 
 
 
 
...เลิฟซีนกันทั้งเรื่อง (ทำไมไม่ไปจูบชาร์ลส์อย่างนี้บ้างฟระ...)
 
 
 
 
 
อย่ามอง(หมี)ด้วยสายตาแบบนั้นนน!!!
 
 
 
 
 
นอนด้วยกันด้วย!  (ไม่กลัวเห็บเหาเข้าหูเหรอคะนั่น...)
 
 
 
 
 
รักกันปานจะกลืนกิน 
 
 
 
เฮ้อ! แต่ถึงรักกันมากยังไง  สุดท้ายวินนี่ก็ไม่ได้กลับไปอยู่ใกล้ๆผู้หมวดสุดหล่ออยู่ดี  ลงท้ายหล่อนก็ได้เพื่อนใหม่เป็นเจ้าหนูคริส  ทิ้งให้แฮร์รี่เหงาอยู่คนเดียว  T T
 
 
 
จขบ.ไม่เคยดูหนังแบบเต็มๆหรอกค่ะ  ยังหาไม่เจอ  ยิ่งซื้อยิ่งไม่ต้องพูดถึง  DVD น่ะมีขายค่ะ  ตามเว็บของต่างประเทศ  แต่ปัญหาคือจขบ.ไม่เคยซื้อของจากเว็บด้วยเงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินบาทไทยเลย  จะต้องโอนยังไง  แล้วค่าส่งข้ามประเทศเท่าไหร่  ส่งมาแล้วมันจะถึงมั้ย  ยิ่งคิดก็ยิ่งแลจะเป็น  mission impossible  เข้าไปทุกทีๆ = =''  ใครรู้วิธีหรือเคยมีประสบการณ์ก็เสนอแนะเข้ามาได้นะคะ
 
 
 
อีกนิดนุง  ไปดูเบื้องหลังการถ่ายทำกันดีกว่าค่ะ  จิ้มที่นี่
 
 
พี่ฟาสน่ารักโคตรรร!!! Surprised
 
 
ไฮไลท์มันอยู่ประมาณนาทีที่ 05:23  เทรนเนอร์เล่าว่า...
 
Trainer : One of the serious things we've noticed about Michael is when we said to him 'we'd love you to spend some time with the animals'. He never leaves. We come in the morning at 5:30 and he's here on the ground with the bears. We try and pack up at night to go and he's like '5 more minutes!' He's like a child. 5 more minutes! He just, he won't go. We love him but geez go home, Michael, sometimes.

Michael : Yeah it costs a lot to feed me as well. I go through a lot of bear milk.
 
 
 
แปลคำพูดของเทรนเนอร์แบบคร่าวๆก็ราวๆว่า  พี่ฟาสต้องมาทำความคุ้นเคยกับหมี  พอพวกเทรนเนอร์มาถึงตอนตี 5 ครึ่งก็เจอพี่ฟาสเล่นกับหมีอยู่บนพื้นแล้ว  พอตกกลางคืนทีมงานก็เตรียมจะเลิกงานกัน  พี่ฟาสก็แบบ 'ขออีก 5 นาที!'  อารมณ์เด็กน้อย  ไม่ยอมกลับ  เทรนเนอร์ก็เลยบอกว่า  พวกเรารักเขา(พี่ฟาส)นะ  แต่ว่า  กลับบ้านซะทีเถอะไมเคิล! Surprised
 
 
เอาล่ะค่ะ  ตบท้ายด้วยรูปของผู้หมวดแฮร์รี่กับหมีวินนี่
 
 
 
 
 
 
 
 
 
อยากเป็นหมีว้อย! 
 
 
 
 
 
-------------------------------------------------------------------------
 
เกือบลืมๆ
 
ขอบคุณรูปภาพและคลิปจากเว็บไซต์...